Home Title

เรื่องเล่าจากศิษย์

เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผมจริงๆ

และอยากจะเล่าให้ทุกคนฟัง  อ่านให้จบนะครับ

 

 

คุณเคยได้ยินเรื่อง "เทียนค้ำดวง" หรือไม่? นี่เป็นของจริง!!!

 

เป็นตำราที่สืบทอดมาจาก หลวงพ่อเต๋  คงทอง

เทียนค้ำดวงนี้ไม่ใช่เทียนสืบชะตาที่เราเคยเห็นทั่วไป

เพราะต้องใช้ชื่อ นามสกุลของผู้ที่ต้องการเสริมดวงชะตา พร้อมลงอักขระขอมที่สืบทอดกันมากว่า 2000 ปี

การพันเทียนต้องทำต่อหน้าเจ้าของเทียน และเทียนจะต้องถูกจุดโดยเจ้าของเทียนที่วัดศักดิ์สิทธ์ตั้งอยู่บนยอดเขา

ต้องเดินขึ้นบันไดไปกว่า 2900 ขั้น!!!

ตัวผมเองตอนแรกก็ไม่เชื่อหรอก คิดอยู่นานว่าเทียนก็คือเทียน เสริมดวงชะตา

จุดที่ไหนก็เหมือนกัน ยิ่งต้องเดินขึ้นบันไดไปขนาดนั้นยิ่งคิดหนัก

แต่สุดท้ายผมก็ตัดสินใจ เอาล่ะลองดูซักตั้ง...

 

ผมชื่อ ณัฐชาต  (ขอปิดนามสกุลละกัน) เป็นลูกครึ่งครับ มีคุณแม่เป็นคนไทย

ในอดีตมีงานด้านการแสดงละครโทรทัศน์ ปัจจุบันว่างงานตามกระแสนิยม

นางฟ้าจึงถูกเก็บปีกอีกแล้วเรา เวลาว่างจึงบังเกิด  

 

“อยู่ๆก็ถูกเรียกกลับเข้าวงการอีกครั้ง กับละครล่าสุดฉายเมื่อต้นมกราคมปีนี้

อย่างปาฎิหารย์จริงๆ  แค่นอนอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้นึกเรื่องการกลับมาแสดงแบบจริงจัง

อีกเลย เป็นสิบกว่าปี นี่ดาราวีดีโอโทรมาตามเอง เลยครับ”

 

น่าแปลกใจตรงที่

 ปัจจุบันมีดาราผุดขึ้นมาราวดอกเห็ด

แต่ละคนวิ่งเต้นกันชนิดเอาทุกทาง ทำทุกอย่าง

แล้วนี่ ผมอยู่เฉยๆ เขาเข้ามา คุณว่าตลกมั้ยล่ะ ?

 

 

มาดูที่มากัน?

 

ผมเองเป็นคนสมัยใหม่คนหนึ่ง  ปัจจุบันอายุก็ปลายๆสามสิบ

ไม่เคยลบหลู่เรื่องที่ไม่รู้เหตุผล มีแก็งค์เพื่อนชอบทำบุ ตัวแม่ๆทั้งนั้น

เราเองก็ตามๆเขาไป ปลายปีที่แล้ว ถูกแนะนำ

 

ไปพบอาจารย์ท่านนึง

ท่านดูเป็นคนสบายๆเหมือนเรานี่ล่ะ แต่ท่านจะดูเหมือนคนโบราณ

มีหัวพ่อแก่บูชาที่วงการบันเทิง ดาราศิลปิน ต้องครอบครูกันทุกคน

“ท่านไม่ถาม วันเดือนปีเกิด ผมเลย

ชื่อนามสกุลก็ไม่ต้อง”

 

 

นั่งมองหน้า บางทีก็ไม่มองแล้วก็ยิงคำพูด  

ถูกจุด ปัง ปัง ปัง ผมถามว่า

“ทราบได้ไงครับ เพราะเรารู้คนเดียว”

ท่านบอกว่า เป็นวิชาที่สูญหายไปนานมากแล้ว กว่า 700 ปี

เขาไม่ถ่ายทอดกันแล้ว หรือถึงมีก็ไม่เก่ง....ในอดีตกาลผู้คนเรียกผู้ศึกษาศาสตร์ด้านนี้ว่า

“ปุโรหิต”

 

 พิธีกรรมของท่าน

ที่เลือกมาใช้ในทางบวก  ในปัจจุบัน

เช่น พิธีล้างมลทิน, พิธีเดินทุกขกิริยาทอนกรรม ขอสมานายเวร  พิธีกวาดลานวัด 

เพื่อปัดกวาดอุปสรรคของตัวเรา เพื่อร้องขอการอภัย แต่ทุกอย่างเราต้องปฎิบัติเอง

โดยมีวิชาของท่านเสริมเข้าไป จึงได้เกิดกุศลกรรม พอที่จะร้องขอเจ้ากรรมนายเวร

"ขอพรจากโลกเร้นลับ

ให้อนุญาติผ่อนกรรมเรา ทันตาเห็น"  เป็นต้นครับ

 

ท่านอาจารย์พาผมกับเพื่อนสนิทสองสามคนไปทำพิธีดำน้ำ

ล้างมลทินท่องมนต์ที่ท่านสั่งให้จำให้ได้ตอนนั้น สามจบ  ใต้น้ำ โอเคมั้ย?

ถวายตัวเป็นบุตรพระแม่คงคา กวาดลานวัด และเดินทุกขกิริยา ตามมา

านว่าชาติที่แล้วผมอธิษฐานจิตผิดไปด้วย ด้วยที่ผ่านมาขอแค่ชีวิตอิสระอย่างเดียว

จึงได้อย่างใจครับ แต่ขาดคู่ และการงานลอยไปลอยมา ไม่มีหลักแหล่ง 

เลยร้องขอแก้ไขการอธิษฐานจิตเสียใหม่โดยแลกกับการบำเพ็ญตนตามวิชาของท่าน

(ซึ่งขึ้นกับแต่ละกรรมของบุคคล แต่ที่เหมือนกันคือ การล้างมลทิน และอธิษฐานจิตตรงหน้ารอยพระพุทธบาทบนเขาครับ)

 

ผมบอกไปว่า

“ขอถอนคำอธิษฐานจิตคืนและ คืนเสน่ห์ตามธรรมชาติให้ที”

หลังจากนั้นสองสามวัน งานเข้า

อยู่ๆก็ถูกเรียกเข้าไปแสดงละครอีกครั้ง

อาจารย์ท่านว่า

"คนเราสง่าราศีเป็นสิ่งที่ต้องมี  

ใครเห็นก็อยากคบค้าสมาคม การงานก็จะดี เพราะคนเขารักเอ็นดูเรา"

 

นี่เป็นประสบการณ์ตรงที่เกิดกับผม..

ส่วนเรื่องที่จะเล่าสู่กันฟังต่อไปนี้เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกศิษย์ของอาจารย์ครับ

บางคนไม่เกิดขึ้นกับตัวก็ไม่เชื่อ บางคนเจอจังๆรีบมาขอเป็นลูกศิษย์แทบไม่ทัน

 

เรื่องแรกเป็นเรื่องของมนุษย์กับความรักซึ่งคนหนีไม่พ้น....

เพื่อนสนิทเป็นแอร์ ร้องไห้เป็นเผาเต่า

เพราะแฟนคนล่าสุดรูปหล่อเป็นสจ๊วต

ไม่ยอมเลิกกับแฟนเก่าเสียที จะไปหาให้ได้ และบอกให้ช้ำใจทุกครั้ง

ผิดวิสัยผู้ชายมั้ยคุณ?

คืนนึงเธอเห็นแฟนนอน  เพ้อเหมือนคนเสียสติ

ร้องจะไปนอนกับแฟนเก่า จะไปให้ได้ ท่าเดียว

จิตไม่สมประกอบ เปลี่ยนไปขนาดหยิบอาหารสุนัขไปแช่ตู้เย็น

และเอาช็อกโกแลตมาวางข้างนอกแทน

เจ๊แกเองวันนึง ก็มีแผลในกระเพาะ เลือดออกมากมาย ไม่มีสาเหตุ

วันนึงเพื่อนสนิทพามาพบอาจารย์ อาจารย์แก้ไขให้

ตอนนี้หายเป็นปกติในฝ่ายชาย ฝ่ายหญิงก็เลิกร้องไห้

“ปัจจุบันทั้งคู่แต่งงาน จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้วครับ”

 

 

 

 

ผมเองยังงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ

 

 

เรื่องต่อมา

จากคำบอกเล่าของชายท่านหนึ่งซึ่งปัจจุบันได้สมัครเป็นลูกศิษย์อาจารย์

หลังจากที่เจอกับเรื่องที่หาคำอธิบายไม่ได้นั่นก็คือ

เมื่อหน้าฝนที่ผ่านมามีบริษัทฯทำภาพยนตร์มีชื่อแห่งหนึ่ง (ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม)

มีความจำเป็นต้องถ่ายทำรายการดังที่จะต้องให้เสร็จตามเวลาที่กำหนด เพราะคิวงานทั้งหมดถูกจัดเตรียมไว้แล้ว

แต่โชคร้ายหรืออย่างไรไม่ทราบที่วันดังกล่าวฝนเกิดตกหนักแทบทุกพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร

และแน่นอนที่สุด หากถ่ายทำรายการไม่ได้บริษัทฯต้องขาดทุนมหาศาล

ในระหว่างนั้นมีบุคคลท่านหนึ่ง แต่งกายคล้ายฤาษีออกมายืนด้วยขาข้างเดียว

คล้ายๆกับท่านปฏิบัติตนเพื่อจะช่วยให้เหตุการณ์ต่างๆผ่านพ้นไปในทางที่ดี

โดยลูกศิษย์คนดังกล่าวยังแปลกใจกับสิ่งที่อาจารย์ทำว่าจะช่วยได้อย่างไร

ฝนตกหนักขนาดนี้… แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ฝนหยุดตก!!!

ทีมงานไม่รีรอที่จะรีบทำงานให้เสร็จ อาจารย์ยืนปฏิบัติเช่นนั้นเป็นเวลาหลายชั่วโมง

จนท้ายสุดงานถ่ายทำก็จบลงด้วยดี เหตุการณ์นี้เป็นความอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีใครหาคำตอบได้ว่า

อาจารย์ทำได้อย่างไร...

 

 

อีกเรื่องที่แปลกที่อยากจะเล่าให้ฟัง

เพราะตอนนั้นอยู่กับอาจารย์พอดี  ตอนที่มีโทรศัพท์จากชายท่านหนึ่ง

โทรเข้ามาหาอาจารย์พร้อมเล่าเหตุการณ์ที่เค้าเพิ่งเจอมาด้วยความตื่นเต้น

ทราบภายหลังว่าชายท่านนี้มีอาชีพเป็นพนักงานดับเพลิงเคยได้ตะกรุดจากอาจารย์ไป

อาจารย์เองก็ไม่รู้หรอกว่าเค้าจะพกติดตัวหรือเอาไปไว้ที่ไหน..

การเป็นพนักงานดับเพลิงทำให้เค้าคุ้นเคยกับการเข้าไปปฏิบัติงานตามพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึง

เช่นพื้นที่ชั้นเพดานอาคารสำนักงานต่างๆ หรือชั้นใต้ดินของอาคาร ทำให้บางทีก็มีงานพ่นยาหรือฉีดยาฆ่าแมลงในอาคารเข้ามาบ่อยๆ

 

เรื่องมีอยู่ว่า

ครั้งหนึ่งชายท่านนี้รับงานฉีดยาฆ่าแมลงชั้นใต้ดินของอาคารสำนักงานในย่านธุรกิจ

และเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อเค้าถูกขัง ติดอยู่ชั้นใต้ดินในอาคารนั้นอยู่คนเดียว 

เพราะเพื่อนร่วมงานพากันกลับออกมาหลังเสร็จงาน และประตูก็ล็อคอัตโนมัติ

โดยทุกคนเข้าใจว่าไม่มีใครเหลืออยู่ข้างในแล้ว ชายท่านนี้บอกว่าสิ่งแรกที่คิดตอนนั้นคือ

ตายแน่ อากาศก็ไม่มี ได้แต่กลิ่นยาฆ่าแมลง

 

เค้านึกถึงตะกรุดที่พกติดตัว และเอามือจับไว้พร้อมคิดในใจว่า

“เอาล่ะ คนจะตาย ยังงัยก็ขอเจออภินิหารซักครั้งเถอะ”

 

แล้วก็ตั้งจิตอธิษฐานถึงปู่ฤาษี ขอให้ออกไปจากที่นั่นได้ 

เค้าเดินไปเรื่อยๆโดยไม่รู้ว่าทางที่เดินนั้นจะพาเค้าไปออกที่ไหน โดยมือก็ยังกุมตะกรุดไว้แน่น

เค้าเดินอยู่พักใหญ่ก็มาเจอช่องลิฟท์ ซึ่งเค้าสามารถพาตัวเองออกมา ได้อย่างปลอดภัย

 

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตัวเค้าเองยังแปลกใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

เค้ารู้แต่ว่ามีความรู้สึกว่ามีอะไรนำเค้าไปสู่ทางออกนั้น...

 

 

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ต่างๆเท่านั้น

จะบอกว่า

 

ที่เล่ามาทั้งหมดแค่จะบอกว่า

  “มันเป็นไปได้ยังไงกัน อย่างงี้ใครไม่โดนเองคงไม่รู้แน่ๆ”

 

 

ยังมีอะไรอีกมากมาย

ที่อาจารย์สอนและแนะนำ ด้วยวิชาต่างๆ  ตำราที่อาจารย์ศึกษามากว่า 30 ปี

อาจารย์พูดเสมอว่า

อยากช่วยเหลือคนเพราะทุกคนมีทุกข์ทั้งสิ้น

แล้วแต่บาปบุญที่สะสมกันมา มากน้อยไม่เหมือนกัน

สำหรับคนที่ต้องการเสริมดวงชะตา สร้างบุญให้ตัวเอง

หรืออยากลองมาสัมผัสเองว่าสิ่งต่างๆที่อาจารย์มีเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ

ปกติอาจารย์จะพาลูกศิษย์ไปจุดเทียนค้ำดวงที่วัดศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวบ่อยๆ

 

ติดต่อผ่านทางอาจารย์ได้โดยตรงที่ Contact us





© 2019 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com